สตรีมมิ่งกับการจดสิทธิบัตร สำคัญอย่างไร?

เหล่าบริษัทสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการจดสิทธิบัตรเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสตรีมมิ่งที่เราคุ้นเคยอย่าง Netflix, Amazon Prime Video, viu รวมไปถึงสตรีมมิ่งน้องใหม่ Disney+ hotstar ก็ตาม  

  เพราะเทคโนโลยีที่ถูกสร้างสรรค์และใช้งานบนสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ที่ถูกผลิตออกมาหรือรูปแบบการนำเสนอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวสร้างจุดขาย ที่สามารถช่วยให้สตรีมมิ่งเหล่านั้นเติบโต และมีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจดสิทธิบัตรจะเป็นตัวการันตีว่า

สิ่งที่บริษัทได้สร้างขึ้นจะไม่ถูกนำไปเผยแพร่ในที่อื่น ๆ หรือมีการผลิตเพื่อลอกเลียนแบบเกิดขึ้น 

การจดสิทธิบัตร ให้ประโยชน์และคุ้มครองเรื่องใดบ้าง?

สำหรับการจดสิทธิบัตร คือการจดเพื่อคุ้มครองงานประดิษฐ์ กรรมวิธี กระบวนการผลิต หรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ซึ่งหากใครมีไอเดียดี ๆ หรือได้ทำการสร้างสรรค์สิ่งใดไว้ก็ตาม และได้มีการจดสิทธิบัตรเอาไว้ ก็จะทำให้คุณเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง แต่หากใครที่มีไอเดียคล้ายกันกับคุณ แต่ไม่มีการจดสิทธิบัตรเอาไว้ก่อนหน้า ก็จะไม่สามารถให้บริการหรือจัดจำหน่ายสิ่งเหล่านั้นได้ 

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ บริษัทสตรีมมิ่งในปัจจุบัน ที่มีรูปแบบการทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตคอนเทนต์ต่าง ๆ รวมไปถึงมีการนำเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและพัฒนามาอย่างดีเพื่อใช้ในแพลตฟอร์ม จึงจำเป็นจะต้องมีการจดสิทธิบัตรเพื่อป้องกันการถูกละเมิดเอาไว้ 

แล้วสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ บนสตรีมมิ่งในแต่ละแพลตฟอร์มได้ถูกนำมาใช้บ้าง เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน 

The Skip ของ Netflix

เมื่อคุณชมซีรีส์สักเรื่องบนสตรีมมิ่ง Netflix คุณจะเจอปุ่มเล็ก ๆ ขึ้นอยู่บริเวณขอบล่างของจอ ปุ่ม ๆ นี้ มีไว้สำหรับเลื่อน Opening credit หรือ End credit ซึ่งหากใครไม่อยากรับชมก็สามารถกดเลื่อนเพื่อไปรับชมเนื้อหาต่อไปได้เลย ซึ่งถูกใจเหล่าแฟน ๆ จนมีการบอกต่อกันปากต่อปากมาโดยตลอด ที่สำคัญเทคโนโลยีตัวนี้ ทาง Netflix ก็ยื่นขอสิทธิบัตร The Skip ไปเป็นที่เรียบร้อย 

สำหรับการทำงานของเทคโนโลยี The Skip จะเป็นการวิเคราะห์ลำดับ และแยกตอนออกมา ตามลำดับภาพ จากนั้นเลือกเฟรมที่เป็นเนื้อเรื่องสำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับชมได้ตามความต้องการ  

X-RAY ของ Amazon Prime Video

ใครที่ใช้งาน Amazon Prime Video จะต้องรู้จักกับเทคโนโลยี X-RAY ซึ่งจะเป็นการนำเสนอข้อมูลในส่วนของภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องนั้น ๆ ทั้งในส่วนของ Scenes ที่จะบอกถึงรายละเอียดของซีนต่าง ๆ ภายในหนังหรือซีรีย์ ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงภายในฉาก เพลง และอื่น ๆ เป็นต้น โดยจะมีการนำข้อมูลของตัวละครมาแมตช์ให้ตรงกับข้อมูลอื่น ๆ ภายในระบบ โดยเทคโนโลยี X-RAY ที่ Amazon ได้ทำการจดสิทธิบัตรนั้นจะทำหน้าที่เหมือนกับ Bonus features ใน DVD หรือ Blu-Ray ที่เราเคยคุ้นตา ซึ่งระบบนี้ทำให้ผู้ใช้งานหลาย ๆ คนชื่นชอบเป็นอย่างมาก 

Cloud-based Image Rendering ของ Disney+

สำหรับ Cloud-based Image Rendering for Video Stream Enrichment หรือ การแสดงผลภาพบนระบบคลาวด์สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการสตรีมวิดีโอ ซึ่งจะเป็นฟีเจอร์แบบโต้ตอบ (interactive) สำหรับผู้ใช้บริการบนคอนเทนต์ที่ได้รับชม ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับระบบ และมักถูกนำมาใช้เพื่อการลงคะแนนในรายการต่าง ๆ เช่น American Idol หรือใช้ในการโหวตทีมที่ตัวเองกำลังเชียร์ระหว่างการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล หรือแม้กระทั่ง โหวตว่าเจไดคนไหนจะปรากฏตัวในช่วงสุดท้ายของซีรีส์ The Mandalorian ของ Disney+ นั่นเอง

จะเห็นได้ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ก็ให้ความสนใจในการพัฒนาเทคโนโลยี และจดสิทธิบัตรเพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนของการทำธุรกิจ และถ้าคุณกำลังต้องการผู้ช่วยในการให้คำปรึกษาแนะนำ รวมถึงจัดการดูแลงานร่างสิทธิบัตร ที่ ATP Serve พร้อมดูแลคุณ ติดต่อเราได้ที่ [email protected]