Corporate FAQ2021-06-01T21:49:38+06:00
ประโยชน์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า2021-07-07T21:11:20+06:00
  1. ได้รับความคุ้มครองในสัญลักษณ์ เสียงเรียกขานของแบรนด์เรา ไม่ให้ผู้อื่นลอกเลียนหรือใช้เพื่อขายสินค้าหรือบริการแบบเดียวกันได้ ในประเทศที่จดทะเบียน
  2. สามารถใช้ในการทำการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ หรือเฟรนไชส์ ได้อย่างสะดวก
  3. สามารถใช้สัญลักษณ์ R วงกลม เพื่อแสดงว่าเครื่องหมายการค้าได้รับการจดทะเบียน
ลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่ดี ที่จดทะเบียนได้2021-07-07T21:08:38+06:00
  1. มีความบ่งเฉพาะสูง คำว่าบ่งเฉพาะ หมายถึงต้องไม่สื่อถึงสินค้าหรือบริการ โดดเด่นเพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าสามารถแยกแยะว่าเป็นสินค้าจากผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง เช่น การจะยื่นจดเครื่องสำอางค์ จะไม่สามารถใช้ชื่อเครื่องหมายว่า บิวตี้, ไวท์ เป็นต้น เนื่องจากคำดังกล่าว เป็นคำโดยทั่วไปที่สื่อความหมายโดยปกติของสินค้า ไม่มีใครสามารถขอรับความคุ้มครองได้ ความบ่งเฉพาะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเครื่องหมายที่โดดเด่น โดยอาจจัดให้เป็นคำประดิษฐ์ ที่ไม่มีความหมาย หรือมีเสียงที่ไม่เหมือนใคร จะดีที่สุด เช่น กูเกิ้ล ไนกี้ เป็นต้น
  2. เป็นเครื่องหมายที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายเป็นเวลายาวนาน โดยเครื่องหมายบางประเภท ก็มีคำที่ไม่บ่งเฉพาะ แต่ได้รับจดทะเบียน เนื่องจากมีการใช้มาอย่างยาวนาน และแพร่หลายจนผู้บริโภคเข้าใจได้ว่า เครื่องหมายดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการค้า ไม่ได้สื่อถึงคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น รสดี โออิชิ เป็นต้น การขอจดทะเบียน โดยระบุว่าเป็นเครื่องหมายที่ถูกใช้มาเป็นเวลายาวนาน ผู้ยื่นจดทะเบียนต้องแนบหลักฐานการใช้เครื่องหมายดังกล่าวในการทำการตลาด เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเครื่องหมายนี้ได้รับการยอมรับในกลุ่มลูกค้าแล้ว
  3. ต้องไม่มีลักษณะที่ต้องห้าม กล่าวคือ ต้องไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมของประชาชน ไม่เป็นเครื่องหมายที่ลามกอนาจารหรือมีลักษณะต้องห้ามเช่น รูปธงชาติ รูปพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นต้น
เครื่องหมายการค้า คืออะไร2021-07-07T21:08:51+06:00

ครื่องหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ โดยอาจเป็นรูปแบบของคำ สโลแกน เสียง หรือสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเครื่องหมายแบ่งกลุ่มได้เป็น 4 ลักษณะใหญ่ๆ คือ

  1. เครื่องหมายการค้า เป็นเครื่องหมายที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ เช่น บรีส มาม่า กระทิงแดง เป็นต้น
  2. เครื่องหมายการบริการ เป็นเครื่องหมายที่ใช้กับธุรกิจบริการ เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เป็นต้น
  3. เครื่องหมายรับรอง เป็นเครื่องหมายที่ใช้ในลักษณะเป็นตรารับรอง เช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ ฮาลาล (Halal) เป็นต้น
  4. เครื่องหมายกลุ่ม เป็นเครื่องหมายที่นำมาใช้เพื่อบ่งบอกการรวมกลุ่มกันของธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น
อะไรบ้างที่จดสิทธิบัตรไม่ได้2021-06-01T21:49:18+06:00

ประเทศไทย กำหนดข้อห้ามไม่รับจดสิทธิบัตร /อนุสิทธิบัตรสิ่งดังต่อไปนี้

1. สิ่งมีชีวิต และส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต

2. โปรแกรมคอมพิวเตอร์

3. กรรมวิธีการรักษาโรค คนหรือสัตว์

4. สูตรและทฤษฎีตามธรรมชาติ

5. สิ่งที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน

โดยหาก มีงานประดิษฐ์ที่ใกล้เคียงหรือสงสัยว่าจะจดได้หรือไม่ ท่านสามารถติดต่อทีมงาน ATPSERVE เพิ่มเติม ฟรี เพื่อขอรับคำแนะนำ

ขั้นตอนการใช้บริการ ATPSERVE2021-06-01T21:46:18+06:00

รายละเอียดเบื้องต้น สำหรับบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา มีดังต่อไปนี้

1. ลูกค้าแจ้งความประสงค์ในการใช้บริการ ผ่านช่องทางการติดต่อ >> https://www.atpserve.com/contact

2. ATPSERVE จัดส่งแบบกรอกข้อมูล เพื่อขอรับรายละเอียดการประดิษฐ์/ เครื่องหมายการค้า/ ลิขสิทธิ์ พร้อม Check list เอกสารที่ต้องเตรียม

3. ATPSERVE จัดส่ง Project Timeline และเริ่มดำเนินการภายใน 7 วันทำการ

4. ชำระค่าบริการเพิ่มเติม (ถ้ามี)

4.1) คำขอรับสิทธิบัตร – ลูกค้าชำระค่าบริการงวดที่ 2

4.2) คำขอรับเครื่องหมายการค้า – ลูกค้าชำระค่าธรรมเนียมกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มเติม (ถ้ามี)

5. ATPSERVE ยื่นจดทะเบียน และติดตามสถานะคำขอจนระจดทะเบียน

6. ลูกค้าติดตามสถานะผ่าน ATP-ASK

ท้ังนี้ บริการแต่ละประเภท อาจมีรายละเอียดที่ปรับเปลี่ยนได้ ตามงานหรือความต้องการของลูกค้า โดยสามารถติดต่อเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ติดต่อเรา

การรับประกันคำขอ2021-07-07T21:11:39+06:00

ATPSERVE เป็นผู้ใช้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา รายแรกในประเทศ ที่ให้การรับประกันคำขอรับสิทธิบัตรไทย โดยหากไม่ได้รับจดทะเบียน จะคืนค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน (ยอดที่ลูกค้าจ่ายจริง หลังหักส่วนลด และก่อนหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี))

โดย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์นี้ >> https://www.atpserve.com/guarantee/

ระยะเวลาการรับจดสิทธิบัตร2021-06-01T21:35:49+06:00

การจดสิทธิบัตร ในแต่ละประเทศมีระยะเวลาการพิจารณาแตกต่างกัน โดยเราไม่สามารถแทรกคิวการจดสิทธิบัตรได้ในทุกกรณี เนื่องจากการแทรกคิวจะเป็นการริดรอนสิทธิ์ผู้ยื่นคำขอก่อนหน้า กรณีเป็นคำขอเดียวกัน

สำหรับระยะเวลาการดำเนินการด้านสิทธิบัตร ในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตรวจสอบ ความซับซ้อนของงานประดิษฐ์ ภาระงานผู้ตรวจสอบ โดยสามารถบอกเป็นระยะเวลาคร่าวๆ ได้ดังนี้

1. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ปกติจะมีระยะเวลาพิจารณา ประมาณ 1-3 ปี

2. อนุสิทธิบัตร ปกติจะมีระยะเวลาพิจารณา ประมาณ 4-11 เดือน

3. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ปกติจะมีระยะเวลาการพิจารณา ประมาณ 1-3 ปี

ทั้งนี้ หากคำขอมีการยื่นแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีคำสั่งแก้ไข โดยถ้าดำเนินการล่าช้า จะเป็นการยืดระยะเวลาการรับจดออกไปอีก ประมาณ 2-3 เดือน

ระยะเวลาการให้บริการของ ATPSERVE2021-06-01T21:32:07+06:00

ATPSERVE ได้ออกแบบกระบวนการให้บริการ ที่สามารถส่งมอบร่างคำขอรับสิทธิบัตร/ เครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ให้ลูกค้าได้ภายใน 7 วันทำการ (สำหรับคำขอไทย และคำขอที่มีสถานะปกติ) นับตั้งแต่ได้รับชำระเงินและได้ข้อมูลครบถ้วน

ทั้งนี้ หากลูกค้ามีกรณีเร่งด่วน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบถามขอคำแนะนำเพิ่มเติม หรือสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานแบบเร่งด่วน ได้ตลอดเวลา

ลิขสิทธิ์ คืออะไร2021-02-13T21:25:45+06:00

ลิขสิทธิ์ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่คุ้มครองงานสร้างสรรค์ ประเภท ดนตรี ภาพยนต์ ภาพเขียน ภาพวาด ภาพถ่าย งานเขียน งานแสดง เป็นต้น โดยการสร้างสรรค์งานลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องมีการจดทะเบียน ซึ่งจะคุ้มครองทุกประเทศภายใต้อนุสัญญากรุงเบิร์น ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าเราเป็นเจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์นี้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม กรมทรัพย์สินทางปัญญามีบริการจดแจ้งงานลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นเพียง “การจดแจ้ง” เท่านั้น ไม่ได้แสดงว่าเราเป็นเจ้าของ เพียงแต่กรมฯได้รับทราบว่าเราได้สร้างสรรค์ขึ้นในวันที่เท่าไหร่ หากมีการพิสูจน์ขึ้นมาก็จะได้มีหลักฐานว่าเราได้สร้างสรรค์งานนี้

สิทธิบัตร คืออะไร2021-02-13T21:21:03+06:00

สิทธิบัตร คือ เอกสารสิทธิ์ที่ทางราชการออกให้ เพื่อคุ้มครองงานประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ สูตร กรรมวิธีการผลิตหรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยสิทธิบัตรเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ต้องมีการจดทะเบียน โดยต้องเปิดเผยข้อมูลงานประดิษฐ์ เพื่อแลกกับการถือสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งผู้ถือสิทธิสามารถ ผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธี ตามสิทธิบัตรนั้นได้ภายในประเทศที่ทำการจดทะเบียน

สิทธิบัตร เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะประเทศที่ทำการจดทะเบียนเท่านั้น หากต้องการความคุ้มครองในต่างประเทศ จึงต้องนำสิทธิบัตรไปจดทะเบียนในประเทศนั้นๆ ด้วย

Go to Top